ลูกค้าใหม่เปิดบัญชีกับ XM รับโบนัสเทรด1000บาททันทีรายละเอียดคลิกที่นี่

สรุปประเด็นภาษีคริปโต ต้องเสียไหม

คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือ คริปโต ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุน นักเก็งกำไร เพราะถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิตอลที่สามารถใช้จ่าย ชำระเงินได้ เหมือนกับเงินทองและกำลังเป็นที่ยอมรับจากหลายๆประเทศทั่วโลกซึ่งมีหลายสกุลเงินด้วยกัน เช่น Ethereum, Litecoin, Bitcoin Cash, Ripple, Binance เป็นต้น ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักอย่างมากคือ Bitcoin เพราะมีมูลค่าและเติบโตมากที่สุดในตอนนี้ และเป็นเงินดิจิตอลสกุลแรกของโลกคริปโตเคอร์เรนซีนั้นได้รับการรับรองจาก  ก.ล.ต.ประเทศไทยให้ใช้ชำระค่าบริการและสินค้าได้ แน่นอนว่าเมื่อมีการรับรองและการดูแลเสมือนเงินจริงๆแล้วการซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากคริปโตก็ต้องถูกจัดเข้าระบบการเสียภาษีเช่นกัน เราจะมาดูกันว่า คริปโตต้องเสียภาษีแบบไหน เสียภาษีเท่าไรกันค่ะ

TOC

🔸Exness โบรกเกอร์ระดับโลก🔸คนไทยนิยมอันดับ1🔸ฝากถอนเงินไว ไม่มีค่าธรรมเนียม🔸 มีเจ้าหน้าที่คนไทย 🔸👇🏼 เปิดบัญชีไว้ก่อน เรียนรู้การใช้งาน ไม่ต้องฝากเงิน👇🏼 

หากสนใจข้อมูลข้อดีและข้อเสีย Exness เพิ่มเติม👇🏼 อ่านเพิ่มเติมบทความด้านล่าง👇🏼

ประเด็นภาษีคริปโต

เป็นประเด็นอย่างต่อเนื่องสำหรับคนที่เทรดหรือเก็งกำไรจากการถือครอง การซื้อขาย การประกอบธุรกิจ สกุลเงินเสมือนอย่างคริปโตที่มีการเติบโตจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจาก240 ล้านบาท เป็น 4839 ล้านบาทหรือเป็น 20เท่าตัวก็ว่าได้ มีบัญชีผู้ใช้จาก1.7แสนรายเป็น 1.98ล้านรายซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนตัวเลขอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางกรมสรรพกรจึงได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิตอลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักลงทุนทั่วไป เพื่อความชัดเจนในการจัดเก็บภาษีคริปโต

การจัดเก็บภาษีนั้นมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณกรณ์ จาติกวณิชที่ไม่เห็นด้วยกับการที่กรมสรรพกรจะมีการเก็บภาษีคริปโตที่ต้องจ่ายจากการหักกำไร15%แล้วต้องนำรายได้ส่วนนี้มารวมกับรายได้อื่นๆในการยื่นภาษีประจำปีอีกซึ่งดูจะเหมือนว่าต้องเสียสองเด้งเลยทีเดียว  คุณกรณ์ จาติกวณิชเห็นว่ากรมสรรพกรควรให้ผู้รู้จริงมาหาทางออกร่วมกัน

ทางด้าน มาดามเดียร์ ส.ส. พปชร. ก็เป็นห่วงเช่นกันว่าการที่กรมสรรพกรจะมีการเก็บภาษีคริปโตจะทำให้นักลงทุนหันไปใช้แพลตฟอร์มบริษัทต่างชาติแทนทำให้เงินลงทุนในไทยน้อยลง สูยเสียโอกาสจากเงินลงทุของชาวต่างชาติ แนะนำว่ากรมสรรพกรควรรับฟังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่าการสนใจแต่ข้อกฏหมายอย่างเดียว

เช่นเดียวกันกับนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทยก็ไม่เห็นด้วยเช่นกันเพราะการดึงดันที่จะเก็บภาษีคริปโตจะทำให้นักลงทุนที่ไทยหันไปลงทุนในต่างประเทศที่มีการเรียกเก็บภาษีคริปโตน้อย หรือไม่จำเป็นต้องเสียภาษี

ในขณะที่นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตสนับสนุนการเก็บภาษีและกำกับควบคุมคริปโตเคอเรนซี่เข้มงวดขึ้นโดยเก็บเฉพาะส่วนกำไรจากทุน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีธุรกิจผิดกฎหมายหรือธุรกิจสีเทาใช้คริปโตเป็นกลไกในระบบการชำระเงินและฟอกเงิน

ส่วนคอมเมนต์ที่เกี่ยวกับภาษี คริปโตในเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง pantip ก็มองว่าการเก็บภาษีคริปโต ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการจัดเก็ยและวิธีการคิดภาษี ที่มองว่าการเทรดไม่สามารถคิดภาษีเป็นครั้งได้เพราะการเทรด สไตล์การเข้าออกของแต่ละคนต่างกัน ในบางครั้งก็มีการทยอยขาย และบางคนก็มีปริมาณการเทรดเล็กๆน้อยๆ บางท่านอยากให้มีการคิดภาษีจากกำไรสุทธิ รายปีมากกว่า

บทสรุปภาษีคริปโต 2565

กรมสรรพกรได้ยกเลิกภาษีที่ต้องมีการหัก ณที่จ่าย 15%ต่อการทำธุรกรรมแล้ว โดยกรมสรรพกรให้เราสามารถนำกำไรขาดทุนมาลบกันได้ในปีภาษีเดียวกันแต่ต้องเทรดในแฟลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กลต เท่านั้น ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มกำลังอยู่ในขั้นตอนการเสนอให้ยกเว้น VAT สำหรับธุรกรรมที่ทำผ่าน ผู้ประกอบธุรกิจ หรือ Exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของก.ล.ต. และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ใครที่ต้องยื่นแบบหรือเสียภาษีคริปโต

ถ้าคุณเป็น

1.บุคคลที่ทำการขาย จ่าย โอนหรือแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี่ หรือโทเคน
2.ขุดคริปโตเคอร์เรนซี่
3.ได้รับคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง
4.ได้รับคริปโตเคอร์เรนซี่หรือโทเคนเป็นรางวัลหรือจากการให้
5,ได้รับผลประโยชน์จากการถือครองคริปโตเคอร์เรนซี่หรือโทเคน

คุณจำเป็นต้องยื่นภาษี ภงด 90/91ภายในวันที่ 31/มีนาคมของปีถัดไป

การคำนวณต้นทุนภาษีมีอะไรบ้าง

เราสามารถเลือกได้ สองแบบค่ะ แต่ถ้าหากเลือกวิธีใดแล้วต้องใช้วิธีนั้นไปตลอดในการ คำนวนต้นทุนภาษีตลอดปีแบ่งได้ดังนี้

1.คำนวณต้นทุนโดยอาจใช้เป็นต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average cost)
2.เข้าก่อนออกก่อน (FIFO)

ทั้งสองแบบนี้หากเลือกวิธีใดแล้วต้องใช้วิธีนั้นไปตลอดในการ คำนวนต้นทุนภาษีตลอดปีแต่เปลี่ยนได้ในปีถัดไปโดยไม่ต้องขออนุญาต

วิธีการคำนวณภาษีคริปโต

สำหรับผู้ที่ขาย โอน จ่าย แลกเปลี่ยนคริปโต

การที่เราขาย โอน แลกเปลี่ยนคริปโตหรือโทเคนจะตีราคาจากเงินที่ได้เกินกว่าทุนให้ถือเป็นรายได้ เงินได้ตามมาตรา 40(40)มีวิธีคิด สองแบบคือ1.คำนวณต้นทุนโดยอาจใช้เป็นต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average cost) หรือ 2.เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) และคำนวนต้นทุนแยกตามประเภทเหรียญ

 

 

1.คำนวณต้นทุนโดยอาจใช้เป็นต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average cost)

สรุปได้ดังนี้คือ เราจะคิดกำไรเมื่อมีการขาย โดย เอา กำไร หัก ต้นทุนที่ เราได้ทำการซื้อไว้ก่อนหน้า เอาต้นทุนมาจาก จำนวนเงินที่ซื้อ หารด้วยจำนวนเหรีญ

2.เข้าก่อนออกก่อน (FIFO)

วิธีการนี้เราไม่ได้มาหาต้นทุนเฉลี่ย เราหักล้างเหรียญตามลำดับการซื้อก่อนหลังทบไปเรื่อยๆ

ตัวอย่าง

 

ความแตกต่างคือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน The first-in first-out (FIFO) คือ การคำนวณต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซี/โทเคนดิจิทัลที่ซื้อมาก่อนจะขายออกไปก่อนตามลำดับ ทำให้โทเคนที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายเป็นคริปโตที่ซื้อมาล่าสุด ซึ่งมีข้อดีในการแสดงราคาสินค้าคงเหลือ เพราะเมื่อถึงสิ้นปี เหรียญคงเหลือนั้นจะมีมูลค่าใกล้เคียงกับมูลค่าในตลาดมากที่สุด

สำหรับการขุดคริปโต

ณ ต้นปี2022 การขุดคริปโต ยังไม่ได้ถือเป็นรายได้พึงประเมิน แต่เมื่อมีการขาย แลกเปลี่ยนเหรียญที่เราได้ขุดมาจะถือเป็นรายได้ที่พึงประเมิน โดยสามารถหักค่าใช้จ่าย ต้นทุนได้ แต่เราต้องเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทำบัญชีต้นทุน เช่น ค่าไฟ ค่าพนักงาน ค่าบำรุงคอมพิวเตอร์  ค่าเสื่อมสภาพเป็นต้น  เช่นกัน คำนวน สองแบบคือ1.คำนวณต้นทุนโดยอาจใช้เป็นต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average cost) หรือ 2.เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) และคำนวนต้นทุนแยกตามประเภทเหรียญ

สำหรับการได้รับคริปโตเป็นค่าจ้างหรือเงินเดือน

การวัดมูลค่าคริปโตเราจะดูได้จากวันที่ที่ได้รับมา หรือราคาเฉลี่ยในวันที่ได้รับมา โดยจะเป็นราคาอ้างอิงตาม เรทที่มีการประกาศแลกเปลี่ยน เมื่อเราได้รับเหรียญ นำมูลค่าไปเสียภาษีแล้ว จะสามารถนำมาเป็นต้นทุนในการคำนวนภาษีเมื่อจำหน่ายออกได้จริง หากมีการหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำเงินจำนวนนั้นมาเป็นต้นทุนในการคำนวณภาษีการยื่นแบบแสดงรายได้

สำหรับการได้รับคริปโตเป็นรางวัล

ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) กรณีได้รับเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี/โทเคนดิจิทัลมา เมื่อนำมูลค่าที่ได้รับไปเสียภาษีแล้ว เราสามารถนำมาใช้ เป็นต้นทุนในการคำนวณภาษีเมื่อจำหน่าย มีการวัดมูลค่าในวันที่ได้รับมา

สำหรับการได้รับผลตอบแทนจาการถือครอง

เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4) เช่นเดียวกันหากได้รับเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี/โทเคนดิจิทัลมา เมื่อนำมูลค่าที่ได้รับไปเสียภาษีแล้ว เราสามารถนำมาใช้ เป็นต้นทุนในการคำนวณภาษีเมื่อจำหน่าย มีการวัดมูลค่าในวันที่ได้รับมา

 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่ต้องเสียภาษีแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับผู้ที่ยังสงสัยเกี่ยวกับการเสียภาษีคริปโต หากสนใจอ่านเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลอย่างละเอียดได้ที่ คู่มือการเสียภาษีของกรมสรรพกร ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

🔸มาเตรียมตัว 🔸ลงทะเบียนฟรีไว้ก่อน 🔸ไม่จำเป็นต้องฝากเงิน🔸 เพื่อที่จะได้เข้าลองศึกษา 🔸เรียนรู้การใช้งานการเทรด 👇🏼 👇🏼 แนะนำอย่างละเอียดจากบทความด้านล่างค่ะ👇🏼 👇🏼 

↓คลิกเปิดบัญชีฟรี เทรดได้ทั้งฟอเร็กซ์ Bitcoin เทรดทอง ↓

Let's share this post !
TOC
閉じる