การเทรดเงิน เทคนิคแนวโน้มอย่างเดียวก็ชนะ100pis

เทรดค่าเงินมือใหม่แค่ใช้เทคนิคแนวโน้มหรือทฤษฎีดาวหรือดูเทรนด์อย่างเดียวก็ชนะ100pisมีกำไรได้ใน1เดือน ทำได้จริงหรือ?! หาเงินออนไลน์อยู่ที่ไหนก็สามารถทำได้

ครั้งนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการเทรดแบบซุปเปอร์ง่ายที่ง่ายมาก สามารถชนะFX ได้ด้วยทฤษฎีดาว (Dow Theory)เท่านั้น
ไม่ใช่เพียงแต่ง่าย แต่ยังมีข้อดีอีกคือวิธีนี้ใช้เวลาวิเคราะห์ไม่นาน ถ้าดูจนชินแล้วอาจใช้เวลาแค่10-15นาทีใน1วัน และเทรดเพียงไม่กี่สกุลเงินหรือแค่สกุลเงินเดียวก็ทำได้
แต่ช้าก่อน…ตอนนี้ถ้าไม่มีทักษะในการวิเคราะห์ตลาด เราก็จะคุยกันไม่รู้เรื่องแต่ไม่ต้องกังวล
เพียงแค่เรามาทำความเข้าใจกับทฤษฎีดาว (Dow Theory)เอง

เราจะมาแจกสูตรแบบเจาะลึกและลับที่หลายคนไม่ได้เขียนไว้ในบทความโดยที่คุณไม่ต้องไปเสียเงินให้สำนักงานหรือที่โรงเรียนสอนที่ไหนเลย เพียงแค่อ่านให้เข้าใจและทบทวนเท่านั้นเอง

ทฤษฎีดาว (Dow Theory)

Dow Theory หรือที่เรียกว่าทฤษฎีดาว กำเนิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ผู้ที่คิดค้นคือ Mr. Charles Henry Dow เขาเป็นผู้พัฒนาการวิเคราะห์ทางเทคนิค การเก็งกำไร รวมทั้งกฎ Industrial average ในตลาดหุ้น จนทำให้ในช่วงนั้น (ปลายศตวรรตที่ 19) เกิดทฤษฎีใหม่ๆขึ้นมาDow ได้เป็นบรรณาธิการให้กับหนังสือพิมพ์ The wall street journal โดยมีเพื่อนของเขาเป็นหุ้นส่วน ชื่อ Edward Jones รูปแบบฉบับของหนังสือพิมพ์จะเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงิน รวมทั้งหุ้นต่างๆ แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีดัชนีอะไร จึงเป็นการยากที่จะเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจ เขาเลยคิดดัชนีขึ้นมาใหม่ ใช้ชื่อตัวเขากับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วน ชื่อว่าดัชนีดาวโจนส์ โดยเอาหุ้นชั้นนำจำนวนหนึ่งมาคำนวณเป็นดัชนี ใช้เป็นตัวอ้างอิง เพื่อจะได้สื่อกับผู้อ่านได้ว่า วันนี้ดัชนีดาวโจนส์ขึ้นหรือลงมากน้อยเพียงใด รวมทั้งมีการนำตัวเลขดัชนีมาเขียนเป็นกราฟ ให้เห็นรูปแบบที่แสดงความสำพันธ์ของราคาและปริมาณการซื้อขายกับแกนวันเวลาเพื่อที่จะสามารถคาดคะเนแนวโน้มได้

ปี 1902 Dow ได้เสียชีวิต แต่ก็ยังคงมีหนังสือออกมาใหม่มากมายที่อธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีของเขา เช่น The ABC of stock speculation , The stock market barometer เป็นต้นจากกฏหรือหลักการรวมทั้งแนวคิดต่างๆของเขาทั้งหมด ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นบิดาแห่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคของฝั่งตะวันตก ปัจจุบันถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้ว แต่ทฤษฎีของ Dow ยังคงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคทั้งในตลาดหุ้นและตลาดฟอร์เร็กซ์อย่างต่อเนื่อง

ทฤษฏีดาวได้แบ่งแนวโน้มราคาหุ้นออกเป็น 3 กลุ่มตามระยะเวลา 

Primary Trend — แนวโน้มใหญ่ หรือเป็นแนวโน้มระยะยาว โดยปกติจะใช้เวลา 200 วันขึ้นไป และอาจยาวนานถึง 4 ปี ซึ่งแบ่งเป็น
ขาขึ้น: จุดต่ำสุดใหม่จะสูงกว่าจุดต่ำสุดเก่า, จุดสูงสุดใหม่จะสูงกว่าจุดสูงสุดเก่า และระยะเวลาทีหุ้นวิ่งขึ้นจะยาวกว่าระยะเวลาที่หุ้นวิ่งลง
ขาลง: จุดต่ำสุดใหม่จะต่ำกว่าจุดต่ำสุดเก่า, จุดสูงสุดใหม่จะต่ำกว่าจุดสูงสุดเก่า และระยะเวลาทีหุ้นวิ่งลงจะยาวกว่าระยะเวลาที่หุ้นวิ่งขึ้น
Intermediate Trend — แนวโน้มรอง หรือเป็นแนวโน้มระยะกลาง เป็นระยะที่เบี่ยงเบนจากแนวโน้มใหญ่ โดยมากใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 3 สัปดาห์จนถึงหลายเดือนก็ได้ โดยแนวโน้มรองนี้จะรวมตัวกันเป็นแนวโน้มใหญ่
Minor Trend — แนวโน้มย่อย หรือเป็นแนวโน้มระยะสั้น แนวโน้มย่อยนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มรอง เป็นการเคลื่อนไหวของดัชนีเป็นรายวันถึงไม่เกิน 3 สัปดาห์

และจะเป็นทฤษฎีที่เราจะนำมาใช้และพูดถึงดังต่อไปนี้

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่และไม่มีเวลาศึกษานาน ทฤษฎีดาว (Dow Theory)อย่างเดียวก็ชนะ100pisได้ใน1เดือนและใช้ได้ตลอด นำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกหมายถึงว่าหากินกับวิธีได้ไปเรื่อยๆ
และครั้งนี่เราจะนำทฤษฎีดาวมาตีแผ่อย่างละเอียด ให้คุณเข้าใจง่าย เห็นภาพได้ชัดและนำกลับไปใช้จริง จนคุณเองก็คาดไม่ถึง

FX สามารถชนะด้วยทฤษฎี Dow!

คนที่เป็นโปรด้านทฤษฎีดาวแล้วก็ไม่ใช่ว่าใครก็ได้หรือจะเทรดตอนไหนก็ได้แล้วจะชนะ
การใช้ทฤษฎีดาวจะต้องสามารถหาจุดที่ต้องการซื้อขายได้ เพราะทุกคนต้องมีประสบการณ์ที่บางครั้งก็ชนะได้กำไรบางทีก็มีแพ้ขาดทุนแต่ท้ายที่สุดคือผลรวมทั้งหมดแล้ว+ ชนะได้กำไรเป็นจุดสำคัญ นี่คือสิ่งที่เราต้องการจะเน้นย้ำคุณก่อน

และถ้าต้องการเป็นมาสเตอร์FXและต้องการสร้างเงินจากมันทฤษฎี Dowช่วยคุณได้แต่การเรียนรู้ให้คุณได้เรียนรู้ทฤษฎี Dowจะยังคงต้องศึกษาไปต่อเรื่อยๆ

สำหรับหลายคนที่ต้องการการวิเคราะห์กราฟและตลาดให้ลึกหรือไม่ได้เข้าใจทฤษฎีดาวหรือ เทรน หรือแนวโน้วของกราฟหรือเทรนตลาดแล้วก็จะทำให้การเทรดแต่ละครั้งจะเป็นไปด้วยความไม่มั่นใจ เมื่อเห็นกราฟเคลื่อนไหวในทางที่ตรงกันข้ามที่คิดไว้ก็เกิดความกลัว อาจตัดในและถอนเร็วกว่าที่กำหนดหรือบางคนก็จะดูหน้าจอบ่อยเกินไปจนไม่สามารถทำงานปกติได้ คุยกับเพื่อนก็มองแต่หน้าจอ ไม่อยากออกไปไหน นอนไม่หลับ เสียสุขภาพเป็นต้น

ในความคิดเห็นส่วนตัวการศึกษาฟอเร็กซ์หรือFX ไม่ใช่เป็นการสะสมเทคนิคทีละนิดละนิดแต่มันคือการเริ่มต้นเข้าใจทิศทางของตลาดก่อนและถ่าศึกษาและเข้าใจแล้วแค่นี้ก็สามารถชนะหรือทำกำไรได้และต่อไปก็อาจใช้เทคนิคอลอื่นๆมาช่วย

ต่อไปนี้จะใช้เพียงทฤษฎีดาวหรือDowเท่านั้นมาใช่ในการเทรด หากไม่เข้าใจกรุณาอ่านซ้ำและฝึกฝนทำความเข้าใจเพื่อให้การเทรดของคุณไม่เกิดการลังเลอีกต่อไป

การใช้ทฤษฎีดาวให้มีกำไร

เทรดค่าเงินมือใหม่แค่ใช้เทคนิคแนวโน้มหรือทฤษฎีดาวหรือดูเทรนด์อย่างเดียวก็ชนะ100pisมีกำไรได้ใน1เดือน ทำได้จริงหรือ?! หาเงินออนไลน์อยู่ที่ไหนก็สามารถทำได้

จุดที่สามารถเทรดโดยทฤษฎีดาว(Dow )โดยจะใช้เพียงแค่ไทม์เฟรม1 ชั่วโมงและ1วันโดยใช้กราฟแท่งเทียน

กราฟ

 

ดูกราฟนี้แล้วมีใครรู้บ้างว่าทั้งสองภาพนี้เป็นเทรนอะไร

ดังที่กล่าวเอาไว้แล้วว่าถ้าไม่ยังไม่สามารถเข้าใจทฤษฎีดาวหรือเทรนก็ไม่อย่าเพิ่งเทรดหรือทำการซื้อขายจริง รวมถึงถ้าไม่มั่นใจก็ขอให้กลับไปดูบทความก่อนที่เขียนไว้เพื่อทำความเข้าใจพื้นฐาน

ส่วนคนที่ทราบคำตอบแล้วมาต่อกันเลย

การเทรดนั้นง่ายมากๆโดยมีแค่ 2เงื่อนไขดังต่อไปนี้

1.ไทม์เฟรม แบบ1วัน นั้นมีเทรนเกิดขึ้น คือ มีแนวโน้วขาขึ้น หรือ มีแนวโน้มขาลง อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
2.แนวโน้มของไทม์เฟรม1 ชั่วโมงและ1วันเป็นแนวโน้มเดียวกัน นั่นหมายความว่าไทม์เฟรม1 ชั่วโมงก็ต้องมีแนวโน้มเช่นเดียวกันและต้องเป้นไปตามไทม์เฟรม แบบ1วันเท่านั้น

แค่นี้เอง….ไม่ต้องงงนะ…มีแค่นี้จริงๆ..จำง่ายด้วย

1.ไทม์เฟรมแบบ1วันมีเทรนเกิดขึ้น 2.แนวโน้มของไทม์เฟรม1ชั่วโมงและ1วันเป็นแนวโน้มเดียวกัน

จากกราฟเราจะเห็นว่าไทม์เฟรมแบบ1วันนั้นมีเทรนเกิดขึ้นนั่นคือเทรนขาขึ้น เมื่ออยู่ในเทรนขาขึ้นเราจะเลือกซื้อ(BUY)

ต่อไปเราจะมาดูไทม์เฟรม1 ชั่วโมง

กราฟไทม์เฟรม1 ชั่วโมง

เราก็มาเขียนคลื่นอย่าลืมว่าหลักในการเขียนคลื่นควรเขียนให้มีขนาดเฉลี่ยเท่ากัน

กราฟไทม์เฟรม1 ชั่วโมงแบบที่เขียนคลื่น

ต่อมาเราก็มาราคาที่ต่ำสุดเดิมและราคาที่ต่ำสุดใหม่

กราฟแสดง

จากภาพเราจะเห็นได้ว่ากราฟไม่สามารถตัดราคาต่ำสุดลงมาได้แต่มีราคาสูงสุดขึ้นไปเรื่อยๆ

กราฟแสดง

เมื่อจุดราคาสูงสุดถูกตัดขึ้นไป2ครั้งแล้วต่อไปเป็นจุดที่มีแนวโน้มขาขึ้นเกิดขึ้น

กรุณาสังเกตที่ลูกศร

กราฟแสดง

แล้วจะเทรดตรงไหนดี

หลายคนก็อาจะพอเดาได้ว่าจุดที่มีแนวโน้มขาขึ้นเกิดขึ้นในไทม์เฟรม1ชั่วโมงนั่นก็คือจุดที่ทำการซื้อ(BUY)นั่นเอง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ปัญหาที่เหลือก็คือกลยุทธ์ในการออกเพื่อทำกำไรนั่นคือจุดที่ขายนั่นเอง

เพราะในการเทรดนั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจุดที่ซื้อขายก็สำคัญแต่จุดไหนที่เราควรตั้งจุดไหนที่ควร ตั้ง L/C (loss cut)หรือเราควรออกจากจุดตรงไหนเพื่อเอากำไรTF (take profit)เพราะจุดตรงนี้มักทำให้มือใหม่เกิดความกังวล ลังเล สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกวิเคราะห์กราฟหรือทำ back test ย้อนหลังไปหลายปี

สูตรที่คือ

ทำกำไรที่ 30pips และตัดที่ 30pips จากจุดที่ทำการซื้อขาย

คือL/C (loss cut)นับจากจุดขายขึ้นไป30pipsและตั้งTF (take profit)ไว้ที่30pips บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมL/C (loss cut)ตั้งไว้ตั้ง30pips กลัวไม่อยากเสี่ยง ที่จริงลดลงมาอีกก็ได้เป็น10-20pipsแต่ทว่า การที่กราฟมีเทรนเกิดขึ้นแล้วก่อนจะมีการตัดราคาต่ำลงมาอีกอาจมีการย้อนขึ้นไปข้างบนเพื่อฟอร์มตัวสร้างคลื่นก่อนที่จะลงมาอีกรอบเพื่อให้เทรนแนวโน้มขาขึ้นมีความต่อเนื่องต่อไปหากเรามีการเซตค่าไว้ที่แคบเกินไปก็อาจจะทำให้ถูกL/C (loss cut)ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
อย่างเช่นสกุลเงินUSDCADที่จะมีราคาที่วิ่งผันผวนค่อนข้างเร็วก่อนจะมาที่จุดเดิมการตั้งL/C (loss cut)ที่แคบเกินไปก็เป็นการค่อนข้างเสี่ยงมากๆ แต่คนที่รู้จักแล้วเล่นสกุลเงินEURUSDแล้วตั้งเป็น
20pipsต่อ40pipsก็สามารถทำกำไรอย่างต่อเนื่องได้ ต้องเข้าใจก่อนว่าคู่สกุลก็มีส่วนสำคัญเพราะจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต้างกันออกไปEURUSDจะเป็นสกุลเงินที่แนะนำที่สุดสำหรับมือใหม่เพราะมักเป็นไปตามเทรน ราคาไม่วิ่งขึ้นลงง่าย แต่อย่าเชื่อจนกว่าคุณจะทดลองทำback testก่อนลงมือเทรดจริง

ใช้ทฤษฎีดาวหรือเทรนเพื่อดูแนวโน้มอย่างเดียวก็ชนะ100pisมีกำไรได้ใน1เดือน ทำได้จริงหรือ

ตอนนี้มีใครพอมองเห็นภาพบ้างว่าจะทำกำไรให้คุณได้อย่างไร เนื้อหาที่เขียนมาอาจค่อนข้างเยอะและผู้อ่านก็คงสับสนได้ ก่อนอื่นที่ต้องเน้นย้ำอีกรอบคือการอ่านเทรน ไม่ควรอ่านพลาดเด็ดขาดและต้องมีความมั่นในการอ่านว่าสิ่งที่เราอ่านถูกต้องซึ่งก็ควรค่อยๆศึกษาไป บางคนอาจจะปริ้นท์กราฟแล้วมาหัดเขียนคลื่นแล้วดูว่าจุดไหนเป็นจุดที่มีเทรนเกิดขึ้นหรือทำในคอมพิวเตออร์โดยใช้ paintมาช่วยในการเขียนรูป

ในการใช้ทฤษฎีดาว(Dow )นั้นยังมีอุปสรรคอีกซึ่งเป็นข้อควรระวังให้มากๆที่อยากให้ทำความเข้าใจเพราะเป็นปัญหาที่ผู้เขียนเองก็เจอมาและกว่าจะผ่านอุปสรรคนี้มาได้ก็ใช้เวลากว่า2เดือนเนื่องจากที่เรียนมาเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมดและต้องเข้าใจให้จริงก่อนที่จะไปขั้นตอนต่อๆไปได้เพราะเมื่อไม่เข้าใจหรือไม่แม่นยำแล้วมันมีผลต่อ

นั่นก็คือ

1.การเขียนรูปคลื่นที่กราฟ

ดูผิวเผินก็ดูเหมือนจะง่ายก็แค่การวาดรูปไปตามกราฟแต่เมื่อเรานำกราฟมาเปรียบเทียบกับแต่ละคนที่เรียนมาด้วยกันผลปรากฏว่าไม่เหมือนเพื่อนเลยและแต่ละคนก็เขียนกราฟไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรทั้งที่เป็นรูปเดียวกัน บางคนเขียนคลื่นใหญ่และบางคนก็เขียนคลื่นเล็ก อ้าวแล้วเป็นอุปสรรคหรือสำคัญอย่างไร บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาในใจ และคำตอบที่ให้ได้คือ

การเขียนกราฟมีผลต่อการอ่านเทรนด์หรือแนวโน้ว

ใช่แล้ว ขนาดกราฟมีผลต่อการอ่านเทรนนั่นเอง เราจะเขียนตัวอย่างให้ดู
กราฟแสดงความแตกต่างของคลื่น

สิ่งที่สำคัญของการเขียนกราฟคือควรเขียนให้มีเฉลี่ยแล้วมีขนาดเท่านั้นและเมื่อกลับมาเขียนซ้ำอีกก็ยังสามารถเขียนเป็นแบบขนาดเท่าเดิม การเขียนใหญ่หรือเล็กไม่ได้สำคัญมากเท่ากับการมองกราฟให้มีความเท่ากัน(ที่จริงการเขียนกราฟขนาดเล็กจะแนะนำมากกว่าการขนาดเขียนใหญ่)ในแบบของเราและวาดได้เป็นแบบเดิมเสมอเพื่อให้หารอ่านเทรนของเราคงที่ มั่นคง โดยดังที่เขียนไว้ข้างต้นแล้วว่าอาจจะปริ้นท์กราฟแล้วมาหัดเขียนคลื่นหรือทำในคอมพิวเตออร์โดยใช้ paintมาช่วยในการเขียนรูปซึ่งผู้เขียนเองเขียนได้แค่ 150แผ่นในเดือนครึ่งแต่เพื่อนบางคนเขียนถึง300-500แผ่นก็มีก็แล้วแต่ความสะดวกและความพยายามของผู้อ่านเอง

2.ไส้แท่งเทียนหรือตัวแท่งเทียนที่ตัดราคา

การที่อ่านกราฟโดยใช้แท่งเทียนควรทำความเข้าใจว่าถ้าเป็นเพียงแค่ไส้แท่งเทียนตัดจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดจะไม่ถือว่ามีเทรนเกิดขึ้น ต้องเป็นตัวแท่งเทียนในระดับไทม์เฟรมนั้นๆซึ่งต้องสังเกตให้ดี

รูปเปรียบเทียบ

จุดอ่อนของเทรดโดยทฤษฎีดาว

พูดถึงจุดแข็งมาเยอะแล้วต่อไปก็เป็นจุดอ่อนที่ต้องระวังที่ผู้อ่านต้องทำการศึกษาเช่นกัน
การเริ่มเกิดเทรนครั้งแรกนั้นเป็นจุดที่ชนะง่ายที่สุดและจุดที่แพ้บ่อยที่สุดก็มีเช่นเดียวกันนั่นก็คือจุดที่ไทม์เฟรมของ1วันเกิดการปรับตัวและเทรนมีแนวโน้มว่าจะไม่ต่อเนื่องแล้ว มีการหมุนกลับตัวโดยเส้นแนวรับหรือแนวต้านที่มากจากไทม์เฟรมใหญ่อย่างเช่น ไทม์เฟรมช่วงเดือนหรือไทม์เฟรมช่วงสัปดาห์

สรุปได้เป็นขั้นตอนดังนี้

1.ต้องสามารถมองแนวโน้วและการเเกิดเทรนของทฤษฎีดาวให้ได้แม่นยำก่อน
2.ใช้ไทม์เฟรมแบบ1วันและแบบ1ชั่วโมง
3.ไทม์เฟรมแบบ1วันมีเทรนเกิดขึ้นไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลงก็ได้
4.ใช้ไทม์เฟรม1ชั่วโมงในการดูจุดเทรดหรือทำการซื้อขาย
5.ใช้สูตรทำกำไรที่ 30pips และตัดที่ 30pipsหรือแล้วแต่การทำเทสย้อนหลังหรือการวิเคราห์กราฟย้อนหลังของผูอ่านว่ามีอัตราการชนะเท่าไรคิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์จากการเทรดทั้งหมดก็ได้
6.หลีกเลี่ยงการเทรดบริเวณที่มีแนวโน้มว่าไทม์เฟรมแบบ1วันจะทำการสลายเทรนคือต่อไปจะไม่มีเทรนเกิดขึ้นชั่วขณะ

เป็นอย่างไรกันบ้าง การเทรดค่าเงินง่ายกว่าที่คิดไว้ไหมคะ และขอเน้นย้ำก่อน ไม่ใช่ว่าย้ำคิดย้ำทำนะแต่เป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องเน้นอีกรอบคือ ก่อนจะลงสนามจริงต้องทำไปทำเทสย้อนหลังของตัวเองก่อนกับคู๋สกุลเงืนที่ต้องการเทรดหรือหากมีเวลาก็ควรทำไว้หลายๆคู่สกุลเงินไว้ก่อนก็ได้ ยังมีบทความอีกมากมายที่เขียนอย่างเจาะลึกให้ติดตามอ่านกันต่อไป