เทรดค่าเงินฟอเร็กซ์บัญชีจำลองกับผลเทรดจริง..ที่กลับตรงกันข้าม

เทรดค่าเงินฟอเร็กซ์บัญชีจำลองกับผลเทรดจริง..ที่กลับตรงกันข้าม..

หลายๆครั้งมักได้ยินมือใหม่หัดเทรดหรือคนที่ได้ลองเทรดด้วยบัญชีทดลองหรือเรียกสั้นๆว่าเดโม่นั้นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทำไมนะ เมื่อก่อนทำเทสย้อนหลังก็แลัวหรือเทรดด้วยเดโม่จนเก่งแล้วแต่พอมาเทรดจริงกลับไม่สามารถชนะได้ หรือบางทีก็ไม่สามารถรอจนถึงเป้าที่ตนเองคาดหวังได้ ทำให้ขาดทุนหรือไม่มีกำไรเพิ่มมาเลย”และคิดว่าหลายๆคนเคยมีประสบการณ์แบบนี้และเป็นจำนวนไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวยิ่งจำนวนเทรดยิ่งเพิ่มมากขึ้นแต่กลับทำให้เงินที่อยู่ในบัญชีของเราค่อยๆหายไปโดยที่ไม่เพิ่มขึนมาเลยซึ่งเป็นผลลัพท์ที่ใครก็ไม่ต้องการให้เกิดกับตัวเอง
ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการรับมือกับผลลัพท์ที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นนั่นคือการที่ยิ่งเทรดยิ่งแม้และต้นตอการเกิดปัญหานี้

เทรดด้วยบัญชีเดโม่(Demo)ชนะแต่พอมาลงสนามจริง..ผลกลับตรงกันข้าม…ต้นเหตุหรือสาเหตุคือ

การเทรดจริงนั้นเราใช้เงินจริงและมันคือเงินที่เราหามาอย่างยากลำบาก เราสะสมมันมาตั้งนาน เรายอมที่อดซื้อของหรือไม่ไปเที่ยวที่ที่เราอยากไปเพราะต้องการสะสมเงินจำนวนนี่้…ความเสียดายกับความกลัวจึงเกิดขึ้นมา
เพราะเราอยากมีเงินเพิ่มมากขึ้น เราอยากไปถึงฝัน เราอยากทำเพื่อตัวเราและคนที่เรารัก….ความโลภจึงเกิดขึ้น


ในขณะที่เราเทรดเดโม่นั้น…สมองเราไม่ได้จดจ่อกับสิ่งพวกนี้..
และเป็นเพราะเทรดเดโม่..เราไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรไปมากกว่านี้

เป็นเหตุผลที่เราคงได้ยินกันบ่อยๆและมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆแหละ

เราจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรดี…นั่นสิเราจะรับมืออย่างไรและมีวิธีใดที่เราสามารถทำได้ที่แค่ไม่ใช่คำพูดลอยที่มาแนะนำกัน เช่น “ถ้าใครมาบอกเราว่า อย่ากลัวเลย เทรดๆไปเหอะ”..เราจะทำได้หรือเพราะเงินก้เป็นเงินของเราและก็เป็นเราที่ต้องรับความรู้สึกกลัวคนเดียว

ปัญหานี้มักมีมือโปรหรืออาจารย์หลายท่านได้บอกไว้ว่า

“เราต้องฝึกเดโม่ซ้ำไปซ้ำมาจชำนาญและทำให้เหมือนเป็นราวกับว่านั่นคือการเทรดจริง และทุกๆครั้งที่เราเทรดนั่นคือเงินของเราที่เสียไปจริงได้มาจริง ประมาณว่าต้องเครียด กังวล ใส่ความรู้สึกในการเทรดเดโม่ไปด้วย”

ซึ่งก็เป็นวิธีคิดที่สำคัญมากเช่นกันเพราะถ้าคิดได้ว่าการเทรดเดโม่ของเราเป็นเสมือนของจริงและยิ่งถ้าเราสามารถทำจนชำนาญ เกิดความชิน การที่เราจะเทรดจริงก็ทำให้เราทนทานได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ในความรู้สึกคือการเทรดให้ชะนั้นง่ายกว่าการให้คิดว่าการเทรดเดโม่คือการเทรดจริงเพราะการเทรดเดโม่ไม่สามารถทำให้เราเหงื่ออก มือสั่น มองแต่หน้าจอ คุยไม่ค่อยจะรู้เรื่อง
และใส่ใจในรายละเอียดน้อยไป

มาดูวิธีต่อมากันต่อไปเลย

มาลองรับความรู้สึกจริงๆโดยเทรดจริงสะเลย

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าการเทรดด้วยเดโม่ไม่สามารถทำให้บางคนจริงจังกับการเทรดหรือไม่สามารถทำให้มีความรู้สึกเจ็บปวดจริงได้

งั้น…ลองมาฝึกจริงด้วยล็อดเล็กๆก่อนดีไหม คือว่าหลังจากที่เราทำ Back Test แล้ว ได้ตรรกะหรือกฏที่เราจะเทรดแล้ว ลองเทรดด้วนวิธีเดโม่แล้วผลได้กำไร ก็เริ่มมาเทรดจริงด้วยเงินจำนวนเล็กๆก่อนเมื่อจำนวนเงินของเราไม่การเคลื่อนไหวทั้งแบบขึ้นบ้างลงมาบ้างจะทำให้เราเติบโตขึ้นเหตุผลคืออยากให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บจริงๆเป็นการฝึกตัวเองอย่างหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเคยชิน

แล้วเพราะอะไรถึงอยากให้เจ็บ

ลองนึกภาพเมื่อเราเข้ามหาลัยครั้งแรกแล้วในคลาสมีนักเรียนที่มากกว่าจำนวน100กว่าคนกำลังต่อแถวส่งงานในเวลาเร่งรีบมีนักเรียนคนนึงรีบวิ่งเข้าเดินแซงนำเข้าแถวก่อนขณะที่คุณก็กำลังจะเดินเข้าแถวพอดี คุณจะจำหน้าได้ไหมหรือบางทีก็จำได้แค่รูปร่าง วันต่อเจ้าคนเดิมรีบวิ่งเข้าห้องเรียนแต่บังเอิญจริงๆมากระแทกไหล่คุณแล้วหันหน้ามามองคุณแต่กลับไม่พูดขอโทษคุณจะจำหน้าได้ไหม ตอนนี้ อาจจะไปสืบชื่อมาแล้วด้วยก็ได้ วันต่อมาคนเดิมใส่คนเดิมใส่ส้นสูงเดินถอยหลังมาเหยียบเท้าคุณแล้วไม่พูดขอโทษอีก คุณจะจำหน้าได้ไหมครั้งนี้อาจจะไม่ใช่แค่จำหน้าได้หรือชื่อได้อย่างเดียวคงได้แลกหมัดกันบ้างหล่ะใช่ไหม มาถึงตอนนี้เราก็จะจำคนนั้นได้ทั้งชื่อ นามสกุล มาจากจังหวัดไหน โรงเรียนไหนสอนมาแบบนี้ พ่อแม่ทำงานอะไรประมาณนี้

เช่นเดียวกันกับกราฟหรือchart ถ้าเราได้รับความรู้สึกที่เจ็บจริงหรือการที่แพ้จากรูปแบบเดิมๆจะทำให้เราเกิดความจำรูปแบบของกราฟหรือchartที่มักเทรดแล้วแพ้นั่นเอง ในทางกลับกันถ้าเราชนะเราก็จะจำได้ว่าถ้ากราฟหรือchartมีลักษณะแบบนี้ที่ทำให้เราชนะ เราก็จำรูปแบบของมันได้ดี

เทรดด้วยบัญชีเดโม่(Demo)ชนะแต่พอมาลงสนามจริง..ผลกลับตรงกันข้าม…

สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือการที่เราเทรดไปแล้วกลับมาทบทวนซ้ำๆถึงสาเหตุว่าแพ้เพราะอะไรหรือชนะเพราะอะไร และการที่เราตั้ง Lost Cut หรือTake Profitนั้นถูกหรือไม่ ให้เรากลับมาทบทวนแล้วจำรูปแบบ เพราะในวิธีการเทรดของแต่ละคนย่อมมีข้อดีและข้อด้อยที่แต่งต่างกันไปในลักษณะของกราฟหรือchartหรือสกุลเงิน
ซึ่งที่จริงแล้วไม่ว่าจะเทรดด้วยเดโม่หรือจริงก็ควรที่จะมาทบทวนผลของการเทรดแต่ละครั้งให้เป็นนิสัยบ่อยๆ..

กลไกเทรดด้วยบัญชีเดโม่(Demo)ชนะแต่พอมาลงสนามจริงแต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม

ข้างต้นเราได้พูดถึงการทบทวนรูปแบบกราฟหรือchartบ่อยๆแล้วต่มาเราจะมาพูดถึงการเกิดสาเหตุเทรดด้วยบัญชีเดโม่(Demo)ชนะแต่พอมาลงสนามจริงแต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม
“ทำไมนะ เมื่อก่อนทำเทสย้อนหลังก็แลัวหรือเทรดด้วยเดโม่จนเก่งแล้วแต่พอมาเทรดจริงกลับไม่สามารถชนะได้ หรือบางทีก็ไม่สามารถรอจนถึงเป้าที่ตนเองคาดหวังได้ ทำให้ขาดทุนหรือไม่มีกำไรเพิ่มมาเลย”

หรือจะพูดอีกอย่างง่ายๆก็คือตอนเทรดเดโม่เราสามารถทำได้แต่พอมาเทรดจริงกลับทำไม่ได้จะอย่างไรก็ไม่เหมือนกัน
ความแตกต่างที่เกิดขึ้นมาก็อย่างที่ได้เคยบอกไว้คือบัญชีเงินของเรามันมีการเคลื่อนไหวจริงๆมีการขึ้นและมีการลดลงจริงๆและสิ่งที่เป็นปัญหาอีกอย่างคือคือ
เราสามารถเทรดด้วยเดโม่หรือบัญชีทดลองด้วยความมั่นใจแต่พอมาเทรดจริงเรากลับไม่มีความมั่นใจ
มีความตื่นตกใจ

เปรียบได้กับเมื่อเราได้เดินบนถนนทางตรงธรรมดา เราไม่ได้คิดอะไรก็สามารถเดินไปได้ตรงและความเร็วที่คงที่ ในขณะที่เส้นทางเดิมเพียงแต่ให้เราเดินบนกระดานที่ยกสูงเล็กน้อย เรากลับไม่สามารถเดินได้โดยที่ไม่คิดอะไรได้ เราเดินเป็นแนวตรงไม่ได้บ้างได้บ้าง เกิดความไม่มั่นใจ และกลายเป็นความกลัว

ต่อไปเราจะมาพูดถึงการใช้ความรู้สึกในการเทรดและการใช้ตรรกะในการเทรด
การใช้ความรู้สึกในการเทรดก็เหมือนที่ได้พูดไปข้างบนคือเมื่อเราได้เดินบนถนนทางตรงธรรมดา เราไม่ได้คิดอะไรก็สามารถเดินไปได้ตรงและความเร็วที่คงที่ ในขณะที่เส้นทางเดิมเพียงแต่ให้เราเดินบนกระดานที่ยกสูงเล็กน้อย เรากลับไม่สามารถเดินได้โดยที่ไม่คิดอะไรได้ เราเดินเป็นแนวตรงไม่ได้บ้างได้บ้าง เกิดความไม่มั่นใจ และกลายเป็นความกลัวสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความรู้สึกที่เราคิดไปเองทั้งนั้น
ตัวอย่างเช่น ขณะที่เราเทรดเรามักคิดในใจว่าเพราะว่า”ตลาดเป็นแบบนี้ เราคาก็คงเป็นแบบนี้มั้ง”

การที่ใช้ความรู้สึกในการเทรดมักจะมีคำว่า”น่าจะ คงจะ “เป็นการคาดการณ์ล้วนๆ
แต่ถ้าเป็นการใช้ตรรกะในการเทรด จะเป็นการใช้กฏหรือตรรกะที่เราได้ตั้งมาใช้ในการเทรด
ในการเทรดจะออกมาเป็นในแบบ “เพราะว่าลักษณะกราฟมีการแสดงแบบนี้ มีหลักฐานเกิดขึ้นว่าราคาในวันนี้จะมีแนวโน้วจะเป็นไปทางนี้ ประกอบกับ…เราต้องเทรด ณจุดๆนี้ที่เราได้วางแผนไว้”
โดยที่เราเทรดด้วยเดโม่ความกลัวเราไม่มีจึงทำให้เราเทรดด้วยตรรกะได้อย่างสบายแต่พอมาเทรดจริงเราเกิดความกลัวจึงเกิดการที่ใช้ความรู้สึกในการเทรดนั่นมาเป็นตัวตัดสินนั่นเอง

เราเทรดด้วยเดโม่ความกลัวเราไม่มีจึงทำให้เราเทรดด้วยตรรกะได้อย่างสบายแต่พอมาเทรดจริงเราเกิดความกลัวจึงเกิดการที่ใช้ความรู้สึกในการเทรดนั่นมาเป็นตัวตัดสินนั่นเอง

เราจึงต้องระวังการใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจเป็นอย่างมาก

ใช้ตรรกะในการเทรดเพื่อการเทรดที่ยั่งยืน

การที่จะเทรดให้มีกำไรหรือให้ชนะอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้โดยการใช้ตรรกะหรือกฏในการเทรด

ยกตัวอย่างขณะที่เราตีปิงปอง เวลาที่เราตีลูก ตาของเราก็มองฝ่ายตรงข้าม ในหัวก็จะคิดไปว่าเราควรตีลูกปิงปองไปทางไหน ทางไหนที่ฝ่ายตรงข้ามจะรับไม่ทัน ถ้าอยุ่ไกลโต๊ะแล้วจะหยอดดีไหม เปิดไม้เท่าไรดีเวลาที่จะตบ

ตัวอย่างในการเทรดก็เช่นกันขณะที่เทรดเราก็ควรมีคำถามตัวเองว่า
·แนวโน้มรายวันเป็นอย่างไร กราฟแบบ1วันอยู่ในเทรนด์อะไร ใกล้กับเส้นที่ทำให้กลับตัวหรือจะเป็นไปแบบนี้ต่อเนื่อง
·แนวโน้มของกราฟแบบ4ชั่วโมงหรือ1ชั่วโมงเป็นอย่างไร มีรูปแบบอย่างไร
·ตรงไหนที่ควรจะเข้าเทรดและออกตรงไหน
เป็นการฝึกที่จะทำให้ตรรกะในการเทรดของเราสูงขึ้น

และเมื่อเราสามารถทำกำไรได้แล้วก็ค่อยเพิ่มจำนวนเงินเทรดสูงขึ้นไปอีกและการที่ฝันจะเป็นเทรดเดอร์เต็มตัวก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
สรุป
สิ่งที่ต้องระวังในการเทรดคือการใช้ความรู้สึกเหนือตรรกะที่วางไว้
การเทรดที่ต้องจำว่ารูปแบบกราฟว่าแบบไหนเป็นรูปแบบที่ชนะและมักแพ้บ่อย
การกำหนดเป้าหมายในการเทรดให้ชัดเจน